คลังเก็บหมวดหมู่: ธรรมออนไลน์

” ธรรมะสั้นๆ ง่ายๆ 10 ข้อ “… ( แง่คิด ดีมาก มีประโยชน์ ต่อชีวิตประจำวัน )

” ธรรมะสั้นๆ ง่ายๆ 10 ข้อ “… ( แง่คิด ดีมาก มีประโยชน์ ต่อชีวิตประจำวัน ) 1. ศีลไม่ได้อยู่ที่พระ ธรรมะไม่ได้อยู่ที่วัด เงินไม่ได้อยู่ที่เศรษฐี     แต่ศีลอยู่ที่กายใจของเรา ธรรมะอยู่ที่สติ และเงินอยู่ทุกที่ ที่มีความขยัน   2. โลกเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า เราใส่แว่นตาสีอะไรมองโลก     หากมองโลกดี ชีวิตจะมีแต่สิ่งรื่นรมย์     หากมองโลกร้าย ชีวิตจะมีแต่วุ่นวายและทุกข์ระทม 3. จงดึงเอาความรู้สึกผิดที่เรามี มาเป็นแรงบันดาลใจให้ทำดียิ่งๆ ขึ้น   … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์, ไม่มีหมวดหมู่ | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

หลักความเชื่อในพระพุทธศาสนา

หลักความเชื่อในพระพุทธศาสนา ปัญหา ได้ทราบว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา สอนให้ใช้ปัญญาพิจารณาก่อนจึงเชื่อ แต่อยากทราบว่ามีหลักอะไรบ้างในพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนจะต้องเชื่อ ? และถ้าไม่เชื่อจะมีผลอย่างไร ? พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ สงสัยเคลือบแคลง ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระศาสดา…. ในพระธรรม…. ในพระสงฆ์ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จิตของภิกษุที่สงสัย เคลือบแคลง ไม่ปลงใจเชื่อ ไม่เลื่อมใสในพระศาสดา …. ในพระธรรม….. ในพระสงฆ์นั้น ย่อมไม่น้อมไปเพื่อความเพียรเครื่องเผากิเลส เพื่อประกอบเนือง ๆ เพื่อความทำติดต่อเพื่อความเพียรที่ตั้งมั่น ข้อที่จิตของภิกษุไม่น้อมไปเพื่อความเพียรเครื่องเผากิเลส เพื่อความประกอบเนือง ๆ เพื่อความทำติดต่อ เพื่อความเพียรที่ตั้งมั่นอย่างนี้ ชื่อว่าตะปูตรึงใจ….ฯ ” เจโตขีลสูตร มู. ม. (๒๒๘) … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์ | แสดงความเห็น

ความหมายของสัมมาทิฐิ

ความหมายของสัมมาทิฐิ ปัญหา ข้อที่ว่าสัมมาทิฐิ ความเห็นชอบนั้นหมายถึงเห็นอะไร ? พุทธสารีบุตรตอบ “ดูก่อนท่านผู้มีอายุ เมื่อใดอริยสาวกรู้ชัดซึ่งอกุศล และรากเหง้าของอกุศล รู้ชัดซึ่งกุศล และรากเหง้าของกุศล…. รู้ชัดซึ่งอาหาร (๔ ประการ คือ อาหารคือคำข้าว อาหารคือผัสสะ อาหารคือความจงใจ และอาหารคือความรู้แจ้งทางทวาร ๖) เหตุเกิดแห่งอาหาร (ตัณหา) ความดับอาหาร และทางที่จะให้ถึงความดับอาหาร (มรรคมีองค์ ๘)…. รู้ชัดซึ่งทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และทางให้พึงความดับทุกข์ …. รู้ชัดซึ่งชราและมรณะเหตุเกิดแห่งชราและมรณะ ความดับชราและมรณะ และทางที่จะให้ถึงความดับชราและมรณะ…. รู้ชัดซึ่งชาติ…. ภพ…. อุปาทาน…. ตัณหา….เวทนา…. ผัสสะ…. อายตนะ … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

วิธีสร้างอิทธิฤทธิ์

วิธีสร้างอิทธิฤทธิ์ ปัญหา อิทธิปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เป็นสิ่งมีได้จริงหรือ ? ถ้ามีจริงจะมีวิธีสร้างได้อย่างไร ? พุทธดำรัสตอบ “…..ดูก่อนภิกษุ ถ้าภิกษุจะพึงหวังว่า เราพึงบรรลุอิทธิวิธีหลายประการ คือ คนเดียวพึงเป็นหลายคนก็ได้ หลายคนพึงเป็นคนเดียวก็ได้ ทำให้ปรากฏก็ได้ ทำให้หายไปก็ได้ ทะลุฝ่ากำแพง ภูเขาไปได้ ไม่ติดขัดเหมือนไปในที่ว่างก็ได้ พึงผุดขึ้นดำลงแม้ในแผ่นดินเหมือนในน้ำก็ได้ พึงเดินบนน้ำไม่แตกเหมือนเดินบนแผ่นดินก็ได้ เหาะไปในอากาศเหมือนนกก็ได้ ลูบคลำพระจันทร์พระอาทิตย์…ก็ได้” “ถ้าภิกษุจะพึงหวังว่าเราพึงได้ยินเสียง ๒ ชนิด คือเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ด้วยทิพยโสตอันบริสุทธิ์ ล่วงโสตของมนุษย์… ถ้าภิกษุจะถึงหวังว่าเราพึงกำหนดรู้ใจของสัตว์อื่น ของบุคคลอื่นด้วยใจ คือ จิตมีราคะ จิตมีโทสะ จิตมีโมหะ ก็รู้ว่าจิตมีราคะ มีโทสะ มีโมหะ ถ้าภิกษุจะพึงหวังว่าเราพึงระลึกชาติก่อนได้เป็นอันมาก คือพึงระลึกได้ชาติหนึ่งบ้าง … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

ทำบาปด้วยความจำเป็น

ทำบาปด้วยความจำเป็น ปัญหา บางครั้งบางคราว คนเราจำต้องทำความชั่ว เพราะความจำเป็น เช่น กระทำเพราะเห็นแก่มารดาบิดาผู้มีอุปการคุณ เป็นต้น ในกรณีเช่นนั้น จะจัดว่าเป็นบาปหรือไม่ ? พระสารีบุตรตอบ “…..ดูก่อนธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งบิดามารดา นายนิริยบาลจะพึงฉุดคร่าเขาผู้นั้นไปยังนรก เพราะเหตุแห่งการประพฤติไม่ชอบธรรมและประพฤติผิดธรรม เขาจะพึงได้ตามความปรารถนาหรือว่า เราเป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรมประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งบิดามารดา ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเราไปสู่นรกเลย หรือมารดาบิดาของผู้นั้นจะพึงได้ตามปรารถนาหรือว่าผู้นี้เป็นผู้ประพฤติไม่ ชอบธรรมประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งการทั้งหลาย ขอนายนิริยบาลอย่าพึงฉุดคร่าเขาไปนรกเลย “…..ดูก่อนธนัญชานิ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ประพฤติไม่ชอบธรรม ประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งบุตรและภริยา…. เพราะเหตุแห่งทาสกรรมกร และคนรับใช้…… เพราะเหตุแห่งมิตรและอำมาตย์……. เพราะเหตุแห่งญาติสาโลหิต……. เพราะเหตุแห่งแขก….. เพราะเหตุแห่งปุพพเปตชน…… … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

สุขของพระพุทธองค์

สุขของพระพุทธองค์ ปัญหา หัตถกราชกุมารชาวเมืองอาฬวี ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับบนที่ปูด้วยใบไม้ ในฤดูหนาวอันเยือกเย็น ซ้ำมีหิมะตกในระยะเวลาแปดวัน มีพื้นดินแตกระแหง ลมเวรัมพะก็โหมพัด ผ้าย้อมฝาดของพระพุทธองค์ก็บาง จึงกราบทูลถามว่า พระองค์ทรงเป็นสุขดีหรือ ? พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนกุมาร เราอยู่เป็นสุขดี เราเป็นคนหนึ่งในบรรดาคนที่อยู่อย่างมีความสุขในโลก… ดูก่อนกุมาร เราจักย้อนถามท่านในข้อนี้…ท่านจะเป็นความในเรื่องนั้นอย่างไร คฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีในโลกนี้ มีเรือนยอดที่เขาฉาบทาสีทั้งภายในภายนอก ลมพัดเข้าไม่ได้มีบานประตูมิดชิดในเรือนยอดนั้นมีบัลลังก์ ซึ่งปูลาดด้วยผ้าลาดมีขนยาว… ข้างบนมีเพดาน มีหมอนสีแดงวางไว้ทั้งสองข้าง ตามประทีปน้ำมันจุดไว้สว่างไสว ภรรยาสี่นางพึงบำรุงบำเรอด้วยสิ่งที่น่าพออกพอใจ ดูก่อนกุมาร ท่านจะเห็นข้อนั้นอย่างไรคฤหบดีหรือบุตรคฤหบดีนั้น อยู่เป็นสุขหรือหาไม่” หัตถกราชกุมารทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ คฤหบดีหรือบุตร คฤหบดีนั้นพึงอยู่เป็นสุข และเขาเป็นหนึ่งในจำนวนคนที่อยู่เป็นสุขในโลก” พุทธดำรัสตรัสว่า “ดูก่อนกุมาร ท่านจะเห็นความข้อนั้นอย่างไร ? คฤหบดีหรือบุตรแห่งคฤหบดีพึงเกิคความเดือดร้อนทางกายหรือทางจิต ซึ่งเกิดแต่ … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

10 ขั้นตอนระงับความโกรธ โดยพระพรหมคุณาภรณ์

10 ขั้นตอนระงับความโกรธ โดยพระพรหมคุณาภรณ์ ทําอย่างไรจะหายโกรธ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งเมตตาการุณย์ พระพุทธเจ้า มีพระคุณข้อใหญ่ประการหนึ่ง คือ พระมหากรุณา ชาวพุทธทุกคน ได้รับการสั่งสอนให้มีเมตตากรุณา ให้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นด้วย กาย วาจา และมีนํ้าใจปรารถนาดี แม้แต่เมื่อไม่ได้ทําอะไรอื่น ก็ให้แผ่เมตตาแก่เพื่อนมนุษย์ตลอดจนสัตว์ทั้งปวง ขอให้อยู่เป็นสุข ปราศจากเวรภัยกันโดยทั่วหน้า อย่างไรก็ตาม เมตตา มีคู่ปรับสําคัญอย่างหนึ่งคือ ความโกรธ ความโกรธเป็นศัตรูที่คอยขัดขวางไม่ให้เมตตาเกิดขึ้น คนบางคนเป็นผู้มักโกรธ พอโกรธขึ้นมาแล้วก็ต้องทําอะไรรุนแรงออกไป ทําให้เกิดความเสียหาย ถ้าทําอะไรไม่ได้ ก็หงุดหงิดงุ่นง่าน ทรมานใจตัวเอง เวลานั้นเมตตาหลบหาย ไม่รู้ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ไม่ยอมปรากฏให้เห็น ส่วนความโกรธ ทั้งที่ไม่ต้องการแต่ก็ไม่ยอมหนีไป บางทีจนปัญญา … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

วิธีละความโกรธ

ความโกรธเมื่อเกิดขึ้นแก่ผู้ใด  ทำให้จิตใจของผู้นั้นเร่าร้อน เป็นทุกข์ ไม่สบายใจ นอนไม่หลับ ฝันร้าย ถ้าโกรธมาก ๆ อาจทำให้ต้องไปฆ่าผู้อื่น ติดคุกติดตารางเป็นทุกข์ทั้งแก่ตัวเอง ทั้งแก่ผู้อื่น จะเจริญเมตตาจิตก็ลำบากเพราะเมื่อเจริญไปแก่ผู้ที่เราโกรธอยู่ ก็เจริญไม่ขึ้น  แต่ถ้าเราละความโกรธได้ เราก็จะเป็นสุข  ดังพระบาลีว่า “โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ”  แปลว่า “ฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมเป็นสุข” ฉะนั้น อาตมาจะได้นำวิธีละความโกรธที่ท่านแสดงไว้ใน “คัมภีร์วิสุทธิมรรค”  มาแนะนำท่านผู้อ่าน มีถึง ๙ วิธีด้วยกัน คือ ๑.     ระลึกถึงโทษของความโกรธ บุคคล ผู้มักโกรธนี้ ถูกความโกรธครอบงำแล้ว โกรธเต็มประดา ย่อมประพฤติชั่วด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจครั้นประพฤติชั่วด้วยกายวาจาใจแล้ว ย่อมเดือดร้อนในโลกนี้ตายไปแล้วย่อมเกิดในอบายภูมิทั้ง … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

ดี-ชั่ว ถูก-ผิด

ดี-ชั่ว ถูก-ผิด ตัดสินอย่างไร การวินิจฉัยว่า สิ่งใดเป็นกรรมดี สิ่งใดเป็นกรรมชั่วสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำมีหลักเกณฑ์ดังนี้คือ 1.การกระทำที่มีเหตุผลมาจากกุศลมูล คือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ การกระทำนั้นเป็นกรรมดี ถูก เป็นบุญ ควรทำถ้ามีเหตุมาจาก อกุศล คือ โลภะ โทสะ โมหะ การกระทำ นั้นเป็นกรรมชั่ว ผิด เป็นบาป ไม่ควรทำ 2.การกระทำที่ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนใคร ๆ มีสุขเป็นผลไม่ทำให้ร้อนใจภายหลังการกระทำนั้น เป็นกรรมดี ถูกเป็นบุญ ควรทำ ถ้าเป็นไปเพื่อ เบียดเบียนตนหรือผู้อื่นมีทุกข์เป็นผล หรือทำให้ร้อนใจภายหลัง การกระทำนั้น เป็นกรรมชั่ว ผิดเป็นบาป ไม่ควรทำ … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ธรรมออนไลน์ | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

จิตสดใส แม้กายพิการ ตอนที่ 3 สติเมื่อได้สัมผัสและคลุกคลีไปกับอาการของกายและจิตบ่อยๆ เป็นผลทำให้สติมีกำลังแก่กล้าขึ้น เริ่มเป็นใหญ่อยู่เหนืออาการต่างๆ ของกายจิตเหล่านั้นขึ้นมาบ้าง คือเห็นแล้วเฉยได้ ไม่เป็นปัญหากับจิต ไม่ต้องเป็นภาระหรือมาถ่วงจิตถ่วงใจเหมือนดังแต่ก่อน คล้ายๆกับว่าจะเคยชินและเชื่องต่อกัน จากผู้ทุกข์มาเป็นผู้เห็นทุกข์ สติเมื่อได้สัมผัสและคลุกคลีไปกับอาการของกายและจิตบ่อยๆ เป็นผลทำให้สติมีกำลังแก่กล้าขึ้น เริ่มเป็นใหญ่อยู่เหนืออาการต่างๆ ของกายจิตเหล่านั้นขึ้นมาบ้าง คือเห็นแล้วเฉยได้ ไม่เป็นปัญหากับจิต ไม่ต้องเป็นภาระหรือมาถ่วงจิตถ่วงใจเหมือนดังแต่ก่อน คล้ายๆกับว่าจะเคยชินและเชื่องต่อกัน จะต่างฝายต่างอยู่คนละส่วนกัน ไม่รบกวนกัน คืออาการเขาก็เกิดขึ้นอยู่ตามธรรมดาของเขาอย่างนั้น และเราก็มีหน้าที่ดูอยู่แต่ของเราต่างฝ่ายต่างก็ทำหน้าที่ของตนเอง ซึ่งไม่เหมือนกับตอนปฏิบัติใหม่ๆ สติยังมีไม่มากพอ การปฏิบัติยังไม่คล่องไม่ชำนาญ ประสบการณ์ยังมีไม่มากการปฏิบัติต้องคอยหลบหลีก ระวัง คอยปรับปรุงแก้ไขไปตามอาการเท่าที่เราจะทำได้ มาบัดนี้พอมีความรู้สึกตัวมากขึ้นและมีประสบการณ์มากขึ้น ก็ไม่ต้องทำอย่างนั้น  คือคอยรู้สึกตัวดูอยู่อย่างเดียว พอเกิดอะไรขึ้นมาทางกาย จิต หรือ ทาง ตา หู … อ่านเพิ่มเติม

เขียนบน โดย admin | แสดงความเห็น